|
โดย ศาสนาจารย์ ดร.วิชาญ ฤทธิ์นิมิต
ผมยังจำได้ชัดเจนครั้งแรกที่เกิดความรู้สึกแปลกๆ กับเพื่อนนักเรียนเพศตรงข้ามคนหนึ่ง ตอนนั้นผมอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น ผมเกิดความรู้สึกที่บอกไม่ถูกว่าสุขใจหรือทุกข์ทรมาน ตื่นเต้นหรือกลัว กล้าหรือเอียงอาย หวานหรือขม แต่สรุปได้ว่าเป็นความรู้สึกที่ปั่นป่อนเอาการ ซึ่งประกอบด้วยความรู้สึกสารพัดชนิดที่ดูเหมือนจะควบคุมเอาไว้ไม่ได้ ถ้าว่ากันตามสำหรับรักแล้วอาการอย่างนี้เราเรียกว่า.....”ตกหลุมรัก”
ขณะที่ผมกำลังตกหลุมรักนั้นจำได้ว่า ผมไม่สามารถนั่ง นอน กิน หรือคิดอย่างคนปกติได้ เรียกว่ากินไม่ได้นอนไม่หลับทีเดียว ถ้าวันไหนไม่เห็นหน้าเพื่อนนักเรียนคนนั้น รู้สึกว่าโลกนี้ช่างโหดร้ายกับผมเหลือเกิน ถ้าไม่เห็นเขาในห้องเรียนขอเดินผ่านบ้านหรือเห็นแค่หลังคาบ้านของเขาก็ยังดี
นั่นเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของชีวิตรักตามภาษาวัยรุ่น หลังจากนั้นผมก็มีประสบการณ์ทำนองเดียวกันหลายครั้ง จนกระทั่งมาแต่งงานกับภรรยาของผม คนส่วนมากมักคิดว่าความรู้สึกที่เกิดจากการตกหลุมรัก คงจะอยู่กับเราตลอดไปโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรอีก แต่อนิจจา..หลังแต่งงานอยู่กินกันแล้วสามีภรรยาอาจพบว่า คุณทั้งสองได้กระเด็นออกจากหลุมรักเสียแล้ว
เหตุใดคู่สมรสมากมายจึงต้องสูญเสียความเป็น “คู่รัก” ที่มีต่อกันก่อนแต่งงาน หรือหลังแต่งงานใหม่ๆไป? สามีภรรยามากมายอยู่กินกันได้พักใหญ่ๆแล้วจึงพบว่าความรู้สึก “ตกหลุมรัก” ได้อันตราธานไปจากความสัมพันธ์ของพวกเขา ร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือสามีภรรยามากมายคิดว่าประสบการณ์ครั้งที่ยังเป็น “คู่รัก” กันอยู่นั้น เป็นความรู้สึกที่หลอกลวงและเสแสร้งทั้งนั้น หรือไม่ก็เป็นความผิดพลาดของชีวิตที่เป็นกรรมเป็นเวรต้องก้มหน้ารับอยู่ทุกวันนี้ ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เราไม่จำเป็นที่จะต้องก้มหน้ารับความทุกข์ใจจากชีวิตรักของเราเลย การที่เรา “กระเด็นออกจากหลุมรัก”
เกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น สามีภรรยามีปัญหาในการสื่อสัมพันธ์ ไม่เข้าใจกันไม่รู้จะสื่อความหมายที่แต่ละฝ่ายต้องการให้อีกฝ่ายรับรู้ได้อย่างไร
ทั้งนี้เนื่องจากก่อนแต่งงานไม่ได้ตรวจสอบระบบสื่อสัมพันธ์กันอย่างละเอียดที่ถี่ถ้วน เมื่อมาเป็นสามีภรรยาแล้วจึงพบว่าระบบสื่อสัมพันธ์ที่มีอยู่ไม่มีพื้นฐานเพียงพอ ก่อนสมรสคู่รักใช้ระบบสื่อสัมพันธ์ที่จำกัดไม่ได้เกี่ยวข้องกับรายละเอียดของกันและกันอย่างที่สามีภรรยาต้องเป็น
ปัญหาที่รองลงมาก็คือ ปัญหาบุคคลที่สาม คือบุคคลอื่นนอกเหนือจากสามีภรรยาเข้ามามีส่วนพัวพันด้วย ทำให้ “คู่รัก” ต้องแบ่งปัน ความรัก เวลา กำลัง และอุปกรณ์ชีวิตอื่นๆกับบุคคลนั้นๆ เช่นพ่อแม่ ญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่าย หรือกระทั่งลูกๆของตนเองก็ตาม ดังนั้นจึงทำให้สามีภรรยาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือทั้งสองคนให้และรับความรักกันและกันไม่เพียงพอ
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)
February 5, 2010
|