หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | About Us | ลิงค์น่าสนใจ | ติดต่อเรา | ฟัง English is Fun ย้อนหลัง
MENU
ข่าวชุมชนชาวคริสต์
คอลัมน์เส้นทางชีวิต
คอลัมน์แกะเทปชีวิต
คอลัมน์ท่อพระพร
คอลัมน์ที่พักใจ
คอลัมน์พันธกิจ
ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์
เรื่องสั้น
ฟัง English is Fun ย้อนหลัง
ข้อพระคัมภีร์หนุนใจ
คอลัมน์ช่วยกันสร้างสรรค์
แขกรับเชิญ
Counter

We have 19 guests online





 
บทความแสดงความคิดเห็น (7) PDF Print
User Rating: / 1
PoorBest 

โดย สุรชัย รัตติรักษ์

 หากพิจารณาถึงจักรวรรดินิยมที่ปรากฏในทุกวันนี้ เห็นได้ว่า โลกเสรี ( Developed Nations) เป็นผู้ริเริ่มความคิดเกี่ยวกับการค้าเสรี ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลกให้เชื่อมโยงติดต่อกันได้

 ดังนั้นกล่าวได้ว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกลุ่มประเทศคริสเตียน ซึ่งเป็นจักรวรรดินิยมทางมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจ ทำให้กลุ่มประเทศโลกที่สาม ( Developing Nations ) ขยายการติดต่อสื่อสารด้านการค้าขาย หากจะกล่าวอย่างเจาะจง พูดได้ว่า เศรษฐกิจของโลกทุกวันนี้ขึ้นอยู่กับสหรัฐอเมริกา หรือสหภาพยุโรป ที่เป็นตัวกำหนดความแปรผันของเศรษฐกิจโลก

การเมือง

 ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น นับตั้งแต่ ค.ศ.1810 จักรวรรดิทางตะวันตกเข้ามาล่าอาณานิคมพร้อมกับกลุ่มมิชชันนารี พ่อค้า และนักการเมือง กล่าวได้ว่า รูปแบบการล่าอาณานิคมของโปรตุเกส สเปน อังกฤษ และฝรั่งเศส ในช่วงนั้น เป็นการใช้กำลังบังคับประเทศต่าง ๆ ทั้ง 3 ทวีปคือ เอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้ โดยใช้กองกำลังทหารบีบบังคับ และยังมีอิทธิพลด้านการเมืองการปกครองด้วย โดยประเทศตะวันตกเป็นผู้ครอบครองการบริหารภายในประเทศ

 คือเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ทั้งหมด แม้กระทั่งภาษาราชการที่ใช้ก็ต้องเป็นภาษาของประเทศตะวันตกที่ครอบครองอยู่ เช่น ประเทศอินเดียใช้ภาษาอังกฤษ, ประเทศลาวใช้ภาษาฝรั่งเศส, ประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซียใช้ภาษาอังกฤษ หากพิจารณา เห็นได้ว่า แม้ว่าประเทศเหล่านั้นเคยเป็นเมืองขึ้นของจักรวรรดิตะวันตกก็ตาม แต่ภายหลังที่พวกเขาได้รับเอกราชแล้ว อิทธิพลความเชื่อก็ยังคงติดแน่นกับคนท้องถิ่น เช่น ฟิลิปปินส์ส่วนมากเป็นคาธอลิก และโปรแตสแตนท์มากกว่าศาสนาอื่น ๆ

 ส่วนประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียก็มีคริสเตียนมากในหมู่คนจีน และคนท้องถิ่นบ้าง แต่ว่าบางส่วนของคนท้องถิ่นก็เป็นผู้ที่เชื่อในอิสลาม ทำให้เห็นภาพว่า มุสลิมก็มีการขยายตัวได้เร็วมาก และมีอิทธิพลต่อการเมืองการปกครองด้วย

 หลังจากที่จักรวรรดิทางตะวันตกได้ถอยกลับไป และให้ประเทศที่เป็นเมืองขึ้นได้รับเอกราชแล้ว สิ่งที่หลงเหลืออยู่และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ได้แก่ ขนมหวานจำพวกทองหยิบ ทองหยอดซึ่งเป็นขนมของคนไทยเป็นขนมที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศโปรตุเกส ส่วนค่านิยมประเภทเครื่องใช้ส่วนตัวที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งอาจได้รับอิทธิพลมาจากสมัยจักรวรรดินิยม เช่น น้ำหอมที่มาจากฝรั่งเศส ภาษาก็ยังคงมีการใช้อยู่ เช่น มหาวิทยาลัยดงโดกในประเทศลาว ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก ( แต่ปัจจุบันมีการใช้ภาษาอังกฤษด้วย )

 ส่วนด้านการฑูตก็มีความสัมพันธ์เป็นพิเศษ เพราะว่าเคยเป็นเมืองขึ้นของประเทศทางตะวันตกมาก่อน เช่น ประเทศลาวมีความสัมพันธ์ด้านการฑูตกับประเทศฝรั่งเศส รวมทั้งได้อิทธิพลด้านการเกษตรและปศุสัตว์ที่เคยได้รับวิทยาการก็ยังคงดำรงอยู่ทุกวันนี้ หรือบางประเทศในแอฟริกา เช่น เซเนกัลเคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ปัจจุบันมีชาวเซเนกัลอยู่ในฝรั่งเศสเป็นจำนวนไม่น้อย เป็นต้น นอกจากนี้ระดับการศึกษาจากคนที่เคยได้รับทุนการศึกษาไปเรียนที่ฝรั่งเศสในอดีต ทำให้คนลาวในปัจจุบันได้รับแนวคิดและวิถีชีวิตแบบคนฝรั่งเศสด้วย 

สำหรับประเทศไทยเองมีความภาคภูมิใจว่า ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของประเทศทางตะวันตกของประเทศใดเลย โดยสามารถเอาตัวรอดจากการคุกคามของจักรวรรดิตะวันตก แต่อย่างไรก็ดี ประเทศไทยก็ต้องเสียดินแดนที่ประเทศไทยเคยครอบครองอยู่ให้กับอังกฤษ เช่น 4 เมืองทางภาคใต้ปัจจุบันเป็นของมาเลเซีย,

 บริเวณส่วนทางตะวันออกลุ่มแม่น้ำโขงปัจจุบันกลายเป็นของประเทศเขมร, ส่วนดินแดนภาคตะวันตกแถบตะนาวศรีปัจจุบันกลายเป็นของประเทศพม่า เห็นได้ว่า อิทธิพลของจักรวรรดิทางตะวันตกที่มาพร้อมกับมิชชันนารี พ่อค้า และนักการเมือง มีอิทธิพลต่อการสูญเสียดินแดนประเทศไทยให้กับต่างชาติอย่างมากมาย

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)
February 5, 2010






 
BREAKING NEWS


LATEST ARTICLES
Locations of visitors to this page    
©Copyright 2002 - 2010 PeterDreamland.com - All Rights Reserved.         Designed & Built by KaeOhm