|
โดย อาจารย์ พิษณุ อรรฆภิญญ์
นี่จึงเป็นความจำเป็นที่จะต้องเปิด “ศูนย์ศึกษาคริสเตียนบริการ” ขึ้นในที่ดินของโรงพยาบาลแมคเคน ที่นักศึกษาเมื่อจบ ม.6 แล้ว จะได้รับการคัดเลือกอย่างเคร่งครัด ให้เข้ามาเป็นนักศึกษาได้ ในกรณีของนักเรียนที่แม้ว่า เขาจะยังไม่ได้จบ ม.6 แต่ได้แสดงแววของการเป็นผู้รับใช้ที่ดีก็จะเรียนได้ โดยมีพันธะว่า เขาผู้นั้นจะต้องสอบ ม.6 โดยวิธีสมัครสอบให้ได้ก่อนจบหลักสูตร คณะมาร์เบอเกอร์มิชชั่น จากประเทศเยอรมัน เป็นผู้ดำเนินการโดยมีฐานะเป็นสาขาวิชาหนึ่งของแมคกิลวารี
โอกาสได้เปิดให้อนุชนที่จะมาเล่าเรียนเตรียมตัวเป็นผู้รับใช้ได้จำนวนมาก ปัจจุบันนี้มีลูกศิษย์ของแผนกศึกษาคริสเตียนบริการทำงานในหน้าที่สำคัญมากมาย จนทำให้เราต้องถามว่า ถ้าไม่มีบุคคลเหล่านี้ ปัญหาขาดผู้นำก็คงจะเป็นเรื่องร้ายแรงของสภาคริสตจักรต่อไปอีกนาน
ปัญหาที่เกิดตามมาอีกก็คือ เมื่อนักศึกษาจบแล้ว จะมีนักศึกษาเพียงไม่กี่คนที่ได้รับการติดต่อหรือเชิญให้ไปทำงานในคริสตจักร เมื่อทางวิทยาลัยส่งคนไปเยี่ยมเยียนเพื่อกระตุ้นเตือนให้คริสตจักรรับนักศึกษาไว้และสถาปนาเป็นศาสนาจารย์ต่อไป
คริสตจักรจะตอบอย่างสุภาพ คือ ชมว่าดี แต่ไม่มีการเชิญ เพราะคริสตจักรต่างๆ เห็นว่า งานของศิษยาภิบาลนั้น เราทำกันเองได้ เพราะการเทศนาและทำระเบียบนมัสการนั้น ผู้ปกครองก็รับผิดชอบกันเองได้ จึงไม่จำเป็นที่คริสตจักรจะต้องตั้งงบประมาณ ซึ่งจะทำให้คริสตจักรต้องแบกรับภาระอีกมากมาย มีบางครั้งที่ ดร.แฮมลินฝึกซ้อมละครคณะใหญ่ แล้วออกไปแสดงตามคริสตจักรใหญ่ที่อยู่ในเมือง ก็เพื่อที่จะให้คริสตจักรสนใจเชิญนักศึก ษาที่จะมาเป็นศิษยาภิบาลต่อไป
คณะละครกลับเชียงใหม่ด้วยความชื่นชม เพราะมีหนึ่งคริสตจักรที่ตกลงจะเชิญนักศึกษาคนหนึ่งให้มาทำงานด้วยเมื่อจบแล้ว เพียงเพราะเห็นลวดลายความสามารถตีบทแตกในการแสดงเป็นโมเสส คริสตจักรพอใจและรอคอย พระคริสตธรรมเชียงใหม่ยังได้เปิดแผนกดนตรีคริสตจักรขึ้นด้วย เพื่อเป็นการตอบสนองในเรื่องดนตรีทั้งในคริสตจักรและในสถาบันการศึกษา มีนักศึกษาที่จบออกไปใช้ความสามารถทางดนตรีในการรับใช้พระเจ้ามากพอสมควร แต่การศึกษาดนตรีซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นที่พระคริสตธรรมและเป็นแห่งเดียวที่สอนดนตรีตะวันตกได้ยุบไปโดยเห็นว่า มีสาขาดนตรีหรือดุริยางคศิลป์อยู่แล้วที่มหาวิทยาลัยพายัพ
คุณแฟรนคู่ร่วมทุกข์ยากของอาจารย์แฮมลินในทุกสถานการณ์ ท่านเป็นผู้เฉียบขาดและบางครั้งถึงกับเด็ดขาด ได้ทำความสำเร็จยิ่งใหญ่ให้กับพระคริสตธรรม คือฝึกหัดซ้อมละครสำหรับออกไปแสดงตามคริสตจักรและโรงเรียน มีนักเรียนหลายคนที่ตัดสินใจมาเรียนพระคริสตธรรมเพราะซาบซึ้งและประทับใจละคร อีกทั้งตัวละครที่ได้แสดงตนเป็นมิตรกับนักเรียนจนเป็นเหตุให้พวกเขาตัดสินใจมาเรียนพระคริสตธรรม ละครของคุณแฟรนนั้น “ไม่ต้องใช้ฉาก” และ “ไม่ต้องใช้ดนตรีเป็นแบคกราวน์” “ไม่ต้องมีเวที” อุปกรณ์จำเป็นที่จะต้องหอบหิ้วไปด้วยเสมอคือ ไฟสปอร์ตไลท์สีต่างๆ และเครื่องแต่งตัวเท่านั้น เป็นวิธีการแสดงละครที่นิยมและแพร่หลายกันมากในสหรัฐอเมริกา จะต้องซื้อตั๋วในราคาแพงสำหรับค่าอาหารจึงจะเข้าชมละครที่มาแสดงอยู่กลางห้องได้
เมื่อการแสดงละครจบแล้วที่ประชุมก็จะออกความคิดเห็นโต้แย้งและวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาสาระของละคร จากมุมมองของการ เมือง สังคมและปรัชญาเป็นต้น แต่เมื่อคณะละครเร่ของพระคริสตธรรมไปแสดงที่ไหนก็ตาม ผู้ชมก็จะไม่ “Get” ที่ประชุมกลับวิพากษ์วิจารณ์ตัวแสดง การออกเสียงและท่าท่างอีกทั้งมีคำถามว่า “ลิเกเขายังมีฉาก แต่คณะนี้ทำไมจึงไม่ลงทุนอย่างเขา” พยายามที่จะสอนคุณแฟรนที่เรียนวิชาการแสดงมาจากบรอดเวย์ อีกทั้งก็ไม่มีใครรู้ ไม่ว่าจะเป็นคริสตจักรหรือโรงเรียนว่า ละครเร่คณะนี้ต้องเดินทางโดยรถไฟชั้นสาม ซึ่งเป็นพาหนะที่ประหยัดที่พอจะหาได้ในขณะนั้น
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)
July 23, 2010
|