|
โดย: ศาสนาจารย์ ดร. มนตรี โมเสส ธิติภา
อพยพ 2:1-10; ฮิบรู 11:1
ความเชื่อมักเกี่ยวข้องพัวพันกับความเสี่ยง ความเชื่อเหมือนกับการเดิมพันที่เราลงมือทำสิ่งหนึ่งๆ โดยไม่อาจรู้ล่วงหน้าว่าจะกลับกลายเป็นผลดีอย่างนั้นอย่างนี้ ความเชื่อเป็นแรงผลักดันที่กระตุ้นให้มุ่งไปยังทิศทางข้างหน้า ความเชื่อมีความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกันระหว่างปัจจุบันและอนาคต ความเชื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้คงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุด ชงักแม้ในปัจจุบันกำลังประสบกับปัญหาหรือการขัดขวางก็ตาม ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะในใจมีความหวังในการทรงนำของพระเจ้าและฤทธานุภาพของพระองค์
เรามีประสบการณ์ในความหมายของ “ความเชื่อที่เสี่ยง” ในรูปแบบต่างๆของชีวิต เราเรียกการซื้อสลากกินแบ่งของรัฐบาลไทยว่าเป็นการพนัน แต่เรียกการซื้อหุ้นว่าเป็นการลงทุน ถึงกระนั้น ทั้งคู่ก็เหมือนกันในแง่ที่กำลังเสี่ยงในสิ่งที่ไม่อาจรู้ล่วงหน้าว่า ผลที่ออกมานั้นจะเป็นเช่นไรบ้าง การพนันอาจเสี่ยงมากเพราะไม่มีอะไรยืนยันถึงผลที่จะได้รับ ส่วนการลงทุนก็เป็นการเสี่ยงอีกรูปแบบหนึ่งที่อาจคาดเดาหวังผลโดยอาศัยสถิติ การรายงานหรือภาวะแวดล้อมบางประการ แต่ถึงกระนั้น แม้มีความชำนาญในการเก็งกำไรเพียงไรก็ต้องมีความเสี่ยงเสมอ
ที่ชนบทของเมืองไทยตามร้านกาแฟมักมีป้ายข้อความติดไว้ให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า “งดเชื่อเบื่อทวง” เพราะถ้าขืนยอมให้เชื่อต่อไปเรื่อยๆ เจ้าของร้านก็ต้องหันไปกินยาเบื่อแทน เถ้าแก่ตามร้านกาแฟไม่ค่อยอยากปล่อยสินเชื่อเพราะไม่เชื่อว่าคุณพี่ทั้งหลายที่มานั่งกินที่ร้านหรือเอาของกินไปบริโภคโดยไม่จ่ายเงินเป็นพวกขี้ลืมที่มักคิดว่าหนี้เป็นเหมือนขี้ที่ปล่อยลงส้วมในห้องสุขาแล้วก็เป็นสุขหมดเรื่องเพลิดเพลินดี เถ้าแก่จึงไม่อยากเสี่ยงกับคำสัญญาที่ว่างเปล่าอันไร้ประโยชน์ที่ขาดหลักประกันของการใช้หนี้ ก่อนที่เถ้าแก่จะยอมให้เชื่อก็จำเป็นที่จะต้องแน่ใจก่อนว่า ลูกค้าคนนั้นๆจะรักษาเครดิตหรือความสามารถในการชำระหนี้อย่างที่ได้สัญญากันไว้
เราคงอยากซื้อสินค้าหนึ่งๆ ที่ทางผู้ผลิตมีการันตีหรือการประกันคุณภาพของสินค้า หรือไม่ก็คงชอบซื้อสินค้าที่มี Warranty ที่มีใบรับประกันสินค้าซึ่งผู้ผลิตยืนยันว่าจะซ่อมให้เปล่าๆ หรือแลกสินค้าตัวใหม่ฟรีๆ แทนตัวเก่าที่ชำรุดไปหากสินค้าที่ซื้อไปเกิดเสียภายในช่วงเวลาหรือตามอัตราการใช้งานที่ได้กำหนดไว้ในเงื่อนไขของใบรับประกันสินค้า การซื้อสินค้าเช่นนั้น จึงไม่ค่อยมีเรื่องของความเสี่ยงหรือการที่ต้องใช้ความเชื่อใดๆ
ในชีวิตของเรามักคุ้นเคยกับสิ่งที่มีการันตีหรือ Warranty เราอยากได้หลักประกันความปลอดภัยหรือการไม่ต้องเสี่ยง แม้จำต้องเสียเงินมากขึ้นก็ตาม หรือเราอาจเข้าใจว่าการมีเงินหรือการใช้เงินเป็นการทำให้เราพ้นจากการมีชีวิตที่ต้องเสี่ยงซึ่งสภาพเช่นนั้นอาจเป็นจริงเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสินค้า วัตถุสิ่งของ เครื่องใช้ต่างๆ แต่ในชีวิตจริงของเรามักพบว่า ยังมีความจริงต่างๆ มากมายที่ไม่อาจใช้เงินเพื่อการประกันภัยได้ โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณหรือความเป็นความตายของชีวิต
เรื่องราวในพระคัมภีร์ที่จะกล่าวต่อไปซึ่งเป็นเรื่องของความเชื่อที่ไม่มีการันตีหรือไม่มี Warranty จากสิ่งภายนอกแต่เป็นเรื่องภายในจิตใจที่มีความแน่ใจในสิ่งที่ตนหวังไว้ หรือมีความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง (ฮิบรู 11:1) เพราะความเชื่อมักไม่มีการค้ำประกันล่วงหน้าว่า จะไม่ต้องเจ็บตัวหรือไม่ต้องสูญเสียเงินทองหรือสิ่งที่ตนรักยิ่ง ความเชื่อเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเสี่ยง
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)
July 30, 2010
|